คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำบัตรสมาชิก

1. ระยะเวลาการพิมพ์บัตรสมาชิกระบบ Offset ใช้ระยะเวลาประมาณกี่วัน?

ตอบ  ระยะเวลาหลังจากเซ็นอนุมัตแบบและชำระมัดจำแล้ว ใช้เวลาผลิตประมาณ 15-20 วัน

2. ระยะเวลาในการพิมพ์บัตรพนักงานจำนวน 300 คน ใช้ระยะเวลาประมาณกี่วัน?

ตอบ ระยะเวลาในการพิมพ์จริงๆแล้ว 300 ใบสามารถพิมพ์เสร็จภายใน 1 วัน แต่ต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนทั้ง 300 ใบด้วยครับ

3. การส่งไฟล์รูปภาพให้ผลิตบัตรนักเรียนหรือบัตรพนักงาน ต้องอยู่ในรูปแบบไฟล์ใด/ ขนาดเท่าใด?

ตอบ ไฟล์รูปภาพพนักงานหรือนักเรียน ขอเป็นไฟล์นามสกุล .jpg ขนาดไม่ควรต่ำกว่า 500K (ยิ่งสูงมาก ภาพยิ่งชัด ยิ่งสวย)

4. ระหว่างจ้างพิมพ์ กับ ซื้อเครื่องพิมพ์มาพิมพ์เอง มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร?

5. บัตรที่ผลิตโดยพิมพ์ระบบรีทรานเฟอร์ มีข้อดีข้อเสีย แตกต่างกับการพิมพ์ระบบอิ้งเจ็ตอย่างไร?

ุ6. เวลาพิมพ์บัตรออกมาจากเครื่องรีทรานเฟอร์ ค่าสีจะตรงกับต้นฉบับหรือป่าว?

7. บัตรที่พิมพ์จากระบบรีทรานเฟอร์ มีอายุการใช้งานยาวนานเท่าใด?

8.บัตรที่สั่งทำแบบ Offset สามารถพิมพ์ตัวอย่างให้ดูได้หรือไม่?

9.หากลูกค้าไม่สามารถออกแบบบัตรได้เอง ทางบริษัทมีบริการออกแบบบัตรหรือไม่? ค่าใช้จ่ายเท่าไร?

10. หากบัตรที่สั่งผลิตไม่ตรงตามแบบ approve ทางบริษัทจะรับผิดชอบอย่างไร? มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

11. สั่งบัตรไม่ถึงจำนวนขั้นต่ำได้ไหม? หรือจะนำบัตรมาทดสอบก่อนคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร?

12. มีบริการรับทำบัตรนอกสถานที่หรือไม่?

 

1.ระบบการพิมพ์บัตรแบบออฟเซ็ท

              ระบบการพิมพ์แบบ Offset (ออฟเซ็ท) คือระบบการพิมพ์ที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นการพิมพ์ด้วยเครื่องจักรใหญ่คุณภาพจึงสูง และต้องขึ้นแบบจากแม่พิมพ์(เพลท) จึงต้องการจำนวนพิมพ์ครั้งละมากๆ ในรูปแบบที่เหมือนกันทุกใบ (สั่งขั้นต่ำ 500 ใบขึ้นไป) และการดูแบบก่อนทำ จะสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษที่เนื้อคล้ายกับ PVC เพื่อให้ลูกค้าตรวจดูสี และรายละเอียดบนบัตร ก่อนจะทำแบบจริงเพื่อพิมพ์ 

2.ระบบการพิมพ์บัตรแบบ Thermal (ใช้ความร้อนรีดลงบนบัตร)
               ระบบการพิมพ์แบบ Thermal นี้ จะใช้เครื่องพิมพ์ริบบ้อนลงบนบัตรครั้งละใบ ไม่จำเป็นต้องทำเพลท สามารถออกแบบจากโปรแกรมและพิมพ์ออกทีละใบ จึงเหมาะกับการทำบัตรที่รูปแบบบัตรแต่ละใบไม่เหมือนกัน เช่น บัตรพนักงาน บัตรนักเรียน โดยจะแบ่งการพิมพ์ย่อยออกเป็นสองแบบ
               2.1 Direct Thermal เป็นการพิมพ์ตรงลงบนบัตร โดยพิมพ์แม่สีที่ริบบ้อนลงไปบนบัตรทีละครั้ง
ข้อดีคือ ต้นทุนต่ำ เครื่องมีขนาดเล็ก และราคาไม่สูง แต่ข้อด้อยคือ พิมพ์ไม่เต็มบัตร (จะเหลือขอบขาว) จึงเหมาะกับบัตร Preprint ที่เว้นช่องสำหรับพิมพ์ไว้ หรือพิมพ์เฉพาะชื่อกับตัวเลข ลงบนบัตร Preprint หรือเป็นการพิมพ์บาร์โค๊ด

                2.2 Retranfer Thermal เป็นการพิมพ์บัตรที่ให้คุณภาพใกล้เคียงกับระบบออฟเซ็ทมากที่สุดในขณะนี้ โดยใช้การพิมพ์ลงบนฟิล์มแล้วจึงมาเคลือบกับบัตรพลาสติก ข้อดีคือ พิมพ์บัตรได้เต็มใบ ไม่เหลือขอบขาว บัตรมีความคงทนกว่าระบบไดเร็ค เพราะฟิล์มที่เคลือบหนากว่า พิมพ์ลงบนบัตรบาง หรือบัตรที่มีชิพได้เนียนสนิท อายุการใช้งานของบัตรมากกว่า 3 ปีขึ้นไป จึงเหมาะกับการทำบัตรพนักงาน หรือบัตรนักเรียน รวมทั้งบัตรอื่นๆ ที่ต้องการความสวยงามและการใช้งานที่นานขึ้น 
            

3.ระบบการพิมพ์บัตรแบบ inkjet 
                เป็นระบบที่ต้นทุนต่ำมาก บัตรแบบนี้เกิดจากการเอาแผ่น PVC มาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท หลังจากพิมพ์เสร็จก็นำแผ่นกาวมาประกบเคลือบ แล้วเคลือบด้วยเครื่องเคลือบร้อน ทำให้ติดกัน หลังจากนั้นจึงนำมาเข้าเครื่องตัด ก็จะได้บัตรตามที่ต้องการครับ ข้อดีของการทำบัตรประเภทนี้คือ ราคาถูก แต่ข้อเสียคือ ขั้นตอนการผลิตจะยุ่งยากและช้าเพราะทุกอย่างต้องทำด้วยระบบเมนวล บัตรมีความคงทนน้อย อายุการใช้งานสั้น เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น และการเคลือบแบบรีดร้อนนั้นไม่สนิท จึงทำให้น้ำสามารถซึมเข้าได้ จึงไม่เหมาะกับการทำบัตรที่ต้องการ การใช้ที่ยาวนาน ซึ่งทางเรานั้นไม่ได้รับทำบัตรในระบบนี้ครับ เพราะบัตรใช้ได้ไม่ทน

Visitors: 18,098